มุมมอง TATC: แนวโน้มตลาด AI ไทยและโอกาสทางธุรกิจ
โอกาสในตลาด AI ไทยกำลังก่อตัวจากการใช้งานในองค์กรที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับการขยายตัวของคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ TATC วิเคราะห์บทบาทของผู้ให้บริการในการเชื่อมเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความต้องการจริงของธุรกิจไทย

ตลาด AI ไทยกำลังเปลี่ยนแปลงในสองด้านควบคู่กัน ธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐนำ AI มาใช้มากขึ้น ขณะที่บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งรองรับการใช้งานก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีทางเลือกด้านเทคโนโลยีมากขึ้น การนำ AI มาใช้ให้เหมาะกับธุรกิจจึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรต้องพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเช่นกัน
TATC มองว่า การทำความเข้าใจตลาดนี้ต้องพิจารณาทั้งความคืบหน้าในการนำ AI มาใช้และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสในระยะยาวอยู่ที่การเชื่อมสองด้านนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมและนำไปใช้กับงานจริงได้อย่างต่อเนื่อง
1. การใช้ AI กำลังขยายตัว ความต้องการจึงเริ่มต่อยอดไปสู่การใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ประจำปี 2569 ที่เผยแพร่โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ครอบคลุมองค์กรภาครัฐและเอกชน 574 แห่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดย 53.7% ขององค์กรที่ตอบแบบสำรวจนำ AI มาใช้แล้ว และ 36.6% มีแผนจะนำมาใช้ [1]
ผลสำรวจเดียวกันระบุว่า องค์กรที่นำ AI มาใช้แล้วมีความพร้อมเฉลี่ยอยู่ในระดับ “AI Aware” และยังต้องพัฒนาความสามารถด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายการใช้งาน [1] ข้อมูลนี้ชี้ว่า หลังจากเริ่มใช้ AI แล้ว ธุรกิจยังมีโอกาสนำเทคโนโลยีไปใช้ให้ลึกซึ้งและครอบคลุมงานมากขึ้น
สิ่งที่ TATC ให้ความสนใจคือความต้องการที่ต่อเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ธุรกิจจะค่อย ๆ ขยับจากการเลือกเครื่องมือแต่ละตัว ไปสู่การพิจารณาว่างานใดเหมาะกับ AI จะเชื่อมต่อกับระบบเดิมอย่างไร และทีมงานจะใช้งานอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร บริการที่ช่วยให้ธุรกิจทำสิ่งเหล่านี้ได้จะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อการใช้งานพัฒนาต่อไป
2. บริการคลาวด์ในประเทศและการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มทางเลือกในการใช้งาน
โครงสร้างพื้นฐานกำลังพัฒนาควบคู่ไปกับการนำ AI มาใช้ในองค์กร AWS เปิดให้บริการ Cloud Region ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 และ Google Cloud เปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนจึงเข้าสู่ขั้นให้บริการจริงแล้ว [2][3]
ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงวันที่ประกาศ มีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนรวม 42 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนขนาดของโครงการที่ได้รับอนุมัติ ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างและการดำเนินงานยังต้องพิจารณาเป็นรายโครงการ [4]
TATC มองว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในประเทศช่วยเพิ่มทางเลือกให้ธุรกิจ ทั้งเรื่องสถานที่ติดตั้งระบบ การเชื่อมต่อเครือข่าย และบริการสนับสนุน ตัวอย่างเช่น ในประกาศของ Google Cloud กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้กล่าวถึงประโยชน์ด้านการลดความหน่วงและการควบคุมสถานที่จัดเก็บข้อมูลได้ดีขึ้น [3]
ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือกในการติดตั้งและใช้งานระบบมากขึ้น การเลือกบริการยังต้องพิจารณาสถานที่ประมวลผลจริง ทรัพยากรที่มีให้ใช้ ข้อกำหนดเกี่ยวกับข้อมูล และต้นทุนการใช้งาน
3. ความต้องการของธุรกิจแตกต่างกัน ความสามารถในการให้บริการในประเทศจึงมีผลต่อการแข่งขัน
องค์กรไม่ได้เดินตามเส้นทางเดียวกันในการนำ AI มาใช้ แนวทางประเมินความพร้อมด้าน AI ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) แยกรูปแบบการใช้งานไว้หลายแบบ ตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ AI สำเร็จรูป การเชื่อมต่อบริการผ่าน API ไปจนถึงการปรับแต่งหรือพัฒนาโมเดลตามความต้องการทางธุรกิจ ความสามารถที่องค์กรต้องเตรียมจึงควรสอดคล้องกับเป้าหมายการใช้งานของตน [5]
ตลาดไทยจึงมีความต้องการหลายระดับควบคู่กัน บางธุรกิจต้องการเครื่องมือที่เริ่มใช้ได้ง่ายพร้อมการฝึกอบรม บางแห่งต้องการเชื่อม AI เข้ากับระบบเดิม ขณะที่บางแห่งต้องการการจัดการข้อมูล การติดตั้งระบบ และการสนับสนุนทางเทคนิคที่ลงลึกมากขึ้น
TATC เห็นว่า เมื่อองค์กรนำ AI มาใช้มากขึ้น ลูกค้าจะให้ความสำคัญกับการเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานจริงมากขึ้นด้วย เครื่องมือเหมาะกับงานที่ใช้ภาษาไทยหรือไม่ เข้ากับกระบวนการเดิมได้เพียงใด มีผู้ช่วยแก้ปัญหาเมื่อจำเป็นหรือไม่ และควบคุมค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะต่อไปได้หรือไม่ ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบริษัทซอฟต์แวร์ ผู้วางระบบ และพันธมิตรด้านบริการเทคโนโลยีในประเทศ โอกาสอยู่ที่การเข้าใจธุรกิจของลูกค้า และนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาประกอบเป็นบริการที่เหมาะกับเงื่อนไขการใช้งาน ความสามารถในการเชื่อมเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ากับความต้องการในไทยจึงเป็นข้อได้เปรียบที่ควรพัฒนาในระยะยาว
4. มุมมอง TATC การใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันขับเคลื่อนตลาด
นโยบายของไทยก็ให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์จากการลงทุนให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างกว้างขวาง การประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เน้นย้ำว่าการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ควรส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรไทย และการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล [6]
ในมุมมองของ TATC การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานช่วยเพิ่มความพร้อมด้านเทคโนโลยี ขณะที่การใช้งานจริงของธุรกิจช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าต้องการบริการ ระบบ และทรัพยากรอะไรต่อไป เมื่อการใช้งานพัฒนามากขึ้น ความต้องการจัดซื้อก็จะชัดเจนขึ้นตามไปด้วย และเมื่อบริการกับโครงสร้างพื้นฐานพร้อมมากขึ้น ก็ยิ่งเอื้อต่อการขยายการใช้งาน
TATC จะเริ่มจากความต้องการจริงของธุรกิจ โดยทำความเข้าใจลูกค้าผ่านบริการด้านการประยุกต์ใช้ AI สั่งสมประสบการณ์ร่วมกับพันธมิตรในประเทศ และพัฒนาเทคโนโลยีกับทรัพยากรสนับสนุนให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานที่เติบโตขึ้น
โอกาสเติบโตระยะยาวของตลาด AI ไทยมาจากทั้งเทคโนโลยีและเงินทุนที่เข้ามา รวมถึงการที่ธุรกิจจำนวนมากขึ้นสามารถนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานประจำวัน TATC จะติดตามพัฒนาการนี้อย่างต่อเนื่อง และร่วมกับพันธมิตรในประเทศสำรวจโอกาสในการทำให้ AI เชื่อมต่อกับระบบได้ง่ายขึ้น เหมาะกับธุรกิจมากขึ้น และใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- [1] NECTEC | ผลสำรวจความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ขององค์กรไทย ประจำปี 2569
- [2] AWS | ประกาศเปิดให้บริการ Cloud Region ในประเทศไทย | 8 มกราคม 2568
- [3] Google Cloud | ประกาศเปิด Cloud Region ในกรุงเทพฯ | 21 มกราคม 2569
- [4] เว็บไซต์รัฐบาลไทย | ข้อมูล BOI เกี่ยวกับโครงการและนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ | 6 สิงหาคม 2569
- [5] ETDA | แนวทางประเมินความพร้อมด้าน AI ขององค์กร
- [6] กรมประชาสัมพันธ์ | การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ | 4 กันยายน 2569